อาหารที่ดีมีประโยชน์
การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ

สุขภาพดี เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการเลือกทาน อาหารที่ดีมีประโยชน์ ต่อสุขภาพร่างกาย

อาหารที่ดีมีประโยชน์ มีคำบอกเล่าจากคุณหมอมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วว่า สุขภาพดี เริ่มต้นที่อาหาร ซึ่งเป็นคำที่ถูกต้องและใช้ได้จริงแม้จะในปัจจุบันนี้ที่โลกของเราพัฒนาไปมากแล้วด้วยเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรักษาและสุขภาพต่าง ๆ แต่จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดีก็ยังเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ จุดเดิมนั่นคือการรับประทานอาหารที่ดีนั่นเอง มาดูกันดีกว่าว่าอาหารอะไรบ้างที่เราควรลดและอะไรบ้างที่เราควรเพิ่มเพื่อให้สุขภาพของเราดีขึ้น อาหารที่ดีมีประโยชน์ จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน อาหารที่เราควรลดเพื่อการมีสุขภาพที่ดี อันดับแรกคือควรลดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มมึนเมาต่าง ๆ เพราะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหลายด้วยด้วยกันทั้งทำลายตับ ทำให้ความดันร่างกายสูง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ อีกด้วย ต่อมาสิ่งที่ควรลดคือของหวานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลม น้ำผลไม้(ผสมน้ำตาล) ขนมหวาน เค้ก เพราะน้ำตาลเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมากเพราะไปหยุดยั้งการซ่อมแซมร่างกาย ทั้งยังทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มจากการสะสมของไขมัน (น้ำตาลสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันได้ง่ายและย่อยสลายจากร่างกายไปได้ยาก) นอกจากน้ำตาลแล้วพวกแป้งสาลี มันฝรั่ง รวมถึงอาหารทอดต่าง ๆ ก็ควรลดด้วยเช่นกัน เพราะเป็นอาหารที่ย่อยยากแต่สะสมเอาไว้ในร่างกายได้นานเช่นกัน เนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ย่อยยากทั้งหลายเช่นเนื้อวัวก็ควรลดด้วยเช่นกันเพราะเป็นแหล่งสะสมของสารพิษต่าง ๆ มากกว่าพวกเนื้อจำพวกไก่ หรือปลาที่ย่อยยากมากกว่า ส่วนอาหารที่ควรเพิ่มเข้ามาในมืออาหารอันดับแรกเลยคือ ผักและผลไม้ เป็นสารอาหารที่ดีต่อร่างกายเพราะมีกากใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายทำให้สารพิษต่าง ๆ ไม่ตกค้างในร่างกาย ทั้งยังมีวิตามินรวมถึงสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย อาหารประเภทถั่วก็เป็นอีกสารอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารที่แนะนำให้รับประทานเช่น พริกหยวก พริกหวาน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง วอลนัท อัลมอนด์ รวมไปถึงน้ำมันมะกอก […]

เราควรแคะหูหรือไม่?
การดูแลสุขภาพ

ปัญหาที่คาใจกับเรื่อง เราควรแคะหูหรือไม่? ร่างกายสามารถขับขี้หูออกเองได้จริงหรือเปล่า?

เราควรแคะหูหรือไม่? เป็นประเด็นที่มีการโต้เถียงกันมาพักหนึ่งกับการที่มีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับการแคะหูออกมาว่า คนเราควรแคะหูหรือไม่ร่างกายสามารถขับขี้หูออกเองได้จริงไหม? เพราะทุกวันนี้ก็ยังคงมีไม้แคะหูรวมถึงคัตตอนบัด (Cotton Bud) วางจำหน่ายอยู่ทั่วไป ร้านทำผมบางร้านก็ยังคงทำการแคะหูให้ลูกค้าอยู่ แล้วสรุปการแคะหูทำได้ไหม หรือควรปล่อยเอาไว้อย่างเดิม หากเกิดอาการคันหูขึ้นมาล่ะ ควรจะทำอย่างไร ปัญหาคาใจสำหรับใครหลาย ๆ ที่จะมาให้คำตอบ เราควรแคะหูหรือไม่? ตามธรรมชาติแล้วร่างกายของเราสามารถขับขี้หูออกมาได้อยู่ได้ จากการที่เราเคี้ยวอาหารพูดคุยในทุก ๆ วัน การขยับกรามของเราจะทำให้ขึ้นหูออกมาเองโดยธรรมชาติ ซึ่งจริง ๆ ภายในหูของเรามีแบคทีเรียต่าง ๆ ก็เพื่อเอาไว้ป้อกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ นั่นเอง ขี้หูเองก็มีส่วนช่วยไม่ให้สิ่งสกปรกเข้ามาที่หูของเราเช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแคะออกมา อย่างไรก็ตามหลายคนก็เกิดอาการคันหรือรู้สึกว่าขี้หูของตัวเองมีปริมาณมากและต้องการที่จำทำความสะอาดด้วยคัตตอนบัด ซึ่งสามารถทำได้บ้างเป็นครั้งคราวแต่ไม่ควรทำบ่อยนักเพราะขี้หูที่จากเดิมอยู่ที่หูชั้นนอกอาจโดนดันให้เข้าไปอยู่ในหูชั้นในได้โดนไม่ได้ใจ ทั้งยังสามารถสะสมจนทำให้อุดตันได้อีกด้วย โดยเฉพาะเวลาหลัวอาบน้ำที่รู้สึกว่าหูของเราเปียกน่าจะทำความสะอาดง่ายก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ร่างกายรู้สึกว่าหูของเรามีความชื้นมากเกินไปและสร้างขี้หูเพิ่มขึ้นมา เพื่อเราปั่นหูหลังอาบน้ำจึงอาจทำให้ขี้หูเข้าไปอุดตันมากขึ้นได้ ย่างที่บอกไปว่าขี้หูสามารถขับออกเองได้แต่หากใครที่รักสะอาดและชอบทำความสะอาดรูหูอยู่บ่อย ๆ ก็ระวังอย่าใช้คัตตอนบัดที่มีขนาดใหญ่จนเกินไปเพราะจะทำขี้หูที่ควรจะออกมาโดนดันกลับเข้าไปข้างในแทน เมื่อโดนดันเข้าไปมาก ๆ ขี้หูจะอุดตันได้จนเราได้ยินเสียงน้อยลง หรือได้ยินเสียงก้องเวลาพูด เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อดูดขี้หูออกมา หากขึ้นหูไม่ยอมออกมาหรืออกไม่หมด ส่วยใหญ่แพทย์จะให้ยาละลายขี้หูมาหยอดแทน และไม่พบแพทย์อีกครั้งเพื่อดูดออกมา การทำความสะอาดหูขอเราควรเป็นไปอย่างระวังอย่าให้เกิดอาการแก้วหูทะลุ หรืออาการอื่น ๆ จากการแคะหูอย่างไม่ระวังจะเป็นการดีที่สุด ฝากกดติดตามเคล็ดลับสุขภาพข่าวสารสุขภาพที่น่าสนใจเคล็ดลับ การดูแลสุขภาพผม ที่จะช่วยลดอาการเส้นผมขาดหลุดร่วงได้

คุณแม่ตั้งครรภ์
การดูแลสุขภาพ

คุณแม่ตั้งครรภ์ ทำงานบ้านได้แค่ไหน อะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงขณะที่มีเบบี๋อยู่ในท้อง

       คุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะการตั้งครรภ์คือช่วงเวลาที่คุณแม่ไม่เพียงต้องห่วงสุขภาพตัวเอง แต่ต้องคำนึงถึงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องด้วย อันที่จริงแล้วงานบ้านประจำวันก็อาจก่อให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันซึ่งเกี่ยวพันกับพัฒนาการของเด็กทารกในท้องได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรต้องเพิ่มความรอบคอบอีกเท่า เพื่อรับมือกับสารเคมีต่างๆ ที่เราเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะ คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องระวังเป็นพิเศษหากมีความจำเป็นต้องทำงานบ้าน เมื่อต้องทำความสะอาด รู้หรือไม่ว่าในน้ำยาขจัดคราบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาขัดห้องน้ำ ขัดห้องครัว ขัดกระเบื้อง ทั้งแบบขวดและแบบสเปรย์ ได้กลิ่นหอมๆ ชวนให้ดมแบบนี้ ที่จริงแล้วไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์เลยนะ เพราะมีส่วนผสมของกรดซึ่งสามารถระเหยตัวได้เมื่อถูกนำมาใช้งาน ดังนั้นคุณแม่จึงควรงดใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยเด็ดขาด ถ้าเลี่ยงงานบ้านไม่ได้เลย ลองเปลี่ยนมาใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเปล่าก็ขจัดคราบได้เช่นกัน เมื่อต้องซักผ้า สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือน้ำยาซักผ้าขาว ซึ่งมักประกอบด้วยส่วนผสมของ Hydrogen peroxide เนื่องจากสารเคมีชนิดนี้สามารถระเหยแล้วลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการซักผ้าด้วยมือที่อาจต้องอยู่หน้ากะละมังเป็นเวลานาน ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำส้มสายชูหมักตามธรรมชาติก็ช่วยซักผ้าขาวได้นะ ถ้ากลัวว่าจะติดกลิ่นน้ำส้มสายชู ก็ลองแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มในน้ำสุดท้าย เท่านี้ก็หายห่วง เมื่อต้องทำสวน งานทำสวนเป็นงานหนักคุณแม่ไม่ควรไปยุ่งเลยไม่ว่าจะสตรองสักแค่ไหน แต่สำหรับคุณแม่เกษตรกรหลายคนก็คงเคยชินกับวิถีการใช้แรงอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ลืมเรื่องยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง กระทั่งคุณแม่ที่อยู่ในเมืองก็ไม่ควรใช่สเปรย์ฆ่าแมลง หรือยาจุดกันยุงต่างๆ เช่นเดียวกัน ถ้าบ้านอยู่ใกล้สวน มียุงบุก ลองป้องกันโดยใช้มุ้งลวด เครื่องดักยุงไฟฟ้า ไม้ตียุงไฟฟ้าแทนไปก่อน เมื่อต้องจัดห้อง คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรขยับตัวยกของหนักสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะมีแนวโน้มที่จะปวดหลังเมื่อทำงานบ้าน และถ้าผิดท่าขึ้นมาเจ็บยาวไปจนคลอดลูกเลยนะ เพราะช่วงการตั้งครรภ์ฮอร์โมนของคุณแม่จะทำให้เอ็นและข้อต่อคลายตัวลง ดังนั้นเมื่อต้องยกของให้แยกเท้าออกจากกัน งอเข่าและรับวัตถุถือให้มั่นคงก่อนค่อยยืดตัวขึ้นโดยใช้กล้ามเนื้อต้นขาส่งแรง ห้ามใช้หลังโค้งดึงของขึ้นเด็ดขาด […]

โรคอัลไซเมอร์
การดูแลสุขภาพ

โรคอัลไซเมอร์ หรือที่เรียกว่าภาวะสมองเสื่อม ดูแลอย่างเข้าใจย่อมสร้างกำลังใจให้ผุู้ป่วย

โรคอัลไซเมอร์ ด้วยประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในไม่ช้า ซึ่งจะถือได้ว่าจำเป็นจะต้องใส่ใจดูแลครอบคลุมทั่วทุกด้าน สำหรับผู้สูงอายุต่างๆเหล่านี้ย่อมจะมีความเสื่อมถอย ตามธรรมชาติโรคที่เกิดขึ้นได้จากการเสื่อมถอย ของการทำงานและโครงสร้างเนื้อเยื่อต่างๆของสมอง ซึ่งจะพบมากในผู้ป่วยสูงอายุอย่างโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโรค ที่มักพบในผู้ป่วยผู้สูงอายุซะส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าผู้สูงอายุทุกคนจะต้องเป็นโรคอัลไซเมอร์นี้ กันทุกคนซึ่งโรคอัลไซเมอร์นี้เกิดจากความเสื่อมจากโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าเบต้าอะไมลอยด์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำเมื่อไปจับกับเซลล์สมอง จะส่งผลให้เกิดสมองเสื่อมและทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์สมองเสียหาย จัดการลดลงของสาร acetylcholine นั้นเอง โรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยมักจะมีอาการเบื่อหน่ายและท้อใจ ต้องดูแลใสใจมากเป็นพิเศษ โรคอัลไซเมอร์หรือที่เรียกกันว่าภาวะสมองเสื่อมนั้นจะมีความแตกต่างกันไป ด้วยความเข้าใจของญาติถ้ารู้ถึงข้อวินิจฉัยของแพทย์ จะทำให้เกิดความเข้าใจผู้ป่วยต่างๆเหล่านี้มากยิ่งขึ้น ถือได้ว่าเป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่มีผลจากการเสื่อมของสมอ งโดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่สมองเสื่อมที่รักษาหายขาดได้เลย มักจะเกิดจากโรคทางกายไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดสมองตีบตัน เลือดออกในสมอง เนื้องอกในสมองและการขาดวิตามินบี 12 และภาวะสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งจะพบได้มากในผู้ป่วยสูงอายุถึงร้อยละ 80 เลยทีเดียว ถือได้ว่าโรคสมองเสื่อมนี้จะเป็นปัจจัยความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ จึงจะทำให้สูญเสียความทรงจำในระยะสั้น ทำให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปต่างยากลำบาก โดยเฉพาะบางรายอาจจะมีอาการก้าวร้าวซึ่งในปัจจุบัน อาจจะพบผู้ป่วยอัลไซเมอร์มากขึ้น จะทำให้ผู้ดูแลหรือบุคคลใกล้ชิดอาจจะไม่เข้าใจในรูปแบบของโรคอัลไซเมอร์นี้ จึงทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและการดูแลที่ไม่ดีพอ โดยในยุคปัจจุบันการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ถือได้ว่าไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้  โดยอาการทั่วไปของโรคอัลไซเมอร์นั้นในระยะแรกผู้ป่วยจะมีความเสื่อมถอย ชอบถามซ้ำๆพูดซ้ำๆแต่เรื่องเดิมๆสับสนทิศทาง เริ่มเครียดอารมณ์เสียง่ายแต่ยังทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วย ระยะนี้คนรอบข้างสามารถดูแลได้จำเป็นจะต้องใส่ใจรายละเอียด และรักษาตั้งแต่เนิ่นๆจนมีผู้ป่วยอาการชัดเจนขึ้น ความจำแย่ลงอาจจะเดินออกจากบ้านโดยไม่มีจุดหมาย พฤติกรรมเปลี่ยนไปมีความก้าวร้าวเริ่มมีปัญหาการใช้ชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นช่วงเวลาที่มีอาการที่ยากต่อการดูแล และเข้าสังคมได้ไม่ดีพอ ทั้งระยะสุดท้ายผู้ป่วยมีอาการแย่ลงตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างน้อยลง สุขภาพทรุดโทรมอาจจะทำให้ผู้ป่วยติดเตียงหรือรับประทานได้น้อยลงซึ่งจะเป็นผลต่อการเคลื่อนไหวได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งต่างๆสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากคนใกล้ตัวที่สูงอายุ […]

วิธีบำรุงเล็บ
การดูแลสุขภาพ ข่าวสุขภาพทั่วไป

วิธีบำรุงเล็บ ให้สวยและดูแลเล็บให้แข็งแรงอยู่เสมอทำเองได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก

วิธีบำรุงเล็บ ในส่วนของเล็บก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามไป คือการดูแลเล็บที่ถูกวิธี ก็ช่วยให้เล็บและมือของเราสวยขึ้น ดูสวยขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามหากเราละเลยไปก็จะเกิดปัญหาต่างๆ เพราะเล็บก็จะมีทั้งช่วงที่สุขภาพดูดีและช่วงทีเล็บไม่แข็งแรงเหมือนกับผิวหน้าของเรา ยิ่งคนที่มีการทำเล็บบ่อยๆ ผ่านการใช้สารเคมีมาอย่างบ่อยครั้งก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิธีบำรุงเล็บ เคล็ดลับ วิธีบำรุงเล็บ ให้เล็บสวยงามและมีสุขภาพดีคือการดูแลเล็บที่ถูกวิธี ปัญหาเล็บเมื่อเราดูแลไม่ดี เล็บเหลือง ส่วนหนึ่งเกิดได้เองเมื่ออายุเรามากขึ้น แต่ก็ยังเกิดจากการทำเล็บ เพ้นท์เล็บอยู่บ่อยๆ เล็บเปราะบาง แตกหักได้ง่ายเกิดเพราะบริเวณแผ่นเล็บมีความแห้ง จากน้ำยาล้างเล็บ หรือการสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีอยู่บ่อยๆ การกัดเล็บบ่อยๆ จะยิ่งทำให้เล็บเกิดความเสียหาย รู้หรือไม่ปัญหาเล็บบ่งบอกถึงสุขภาพได้? เล็บมีจุดสีขาวบ่งบอกถึงการขาดแคลเซียมแต่บางทีก็อาจเกิดเพราะอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ นิ้วปุ้ม มีอาการบวมปลายนิ้วเป็นสัญญาณของโรคตับหรือโรคไต เล็บโค้งงอเกิดการเว้าตรงกลางเล็บส่วนปลายกระดกขึ้น เป็นการบ่งบอกว่าร่างกายกำลังขาดธาตุเหล็กและมีภาวะเลือดจาง เล็บเปราะบางที่อาจเกิดเพราะภาวะขาดไทรอยด์ การเลือกบำรุงเล็บ ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเล็บซึ่งมีให้เลือกหลายแบรนด์เลยก็จะเป็นบำรุงด้วยสารสกัดสำคัญที่บำรุงเล็บได้ เช่น วิตามินชนิดต่างๆ อาร์แกนออยล์ อัลมอนด์ หรือจะเป็นน้ำสกัดจากเลมอนซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรง เติมความชุ่มชื้น บำรุงจมูกเล็บให้เนียมนุ่ม และก็บำรุงนิ้วมือไปพร้อมๆ กันเลย พยายามหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี เพื่อลดปัญหาที่ทำลายสุขภาพเล็บซ้ำๆ และยังทำให้ช่วงของการดูแลเล็บเห็นผลดีและเร็วมากขึ้นพยายามเลี่ยงให้ได้มากที่สุด แนะนำเป็นการสวมถุงมือเป็นตัวช่วย ใครที่รู้ว่าเป็นคนชอบกัดเล็บตัวเองต้องระวังและหยุดกัดเลยเพราะส่งผลเสียต่อทั้งเล็บและฟันของเราแถมยังทำให้บุคลิกภาพดูไม่ดีด้วยนะ สำหรับคนทำเล็บแนะนำให้มีช่วงทำและช่วงพัก และใช้ Base Coat เพื่อยืดอายุของสีทาเล็บและลดคราบสิ่งสกปรก นอกจากนี้ควรเลือกน้ำยาล้างเล็บที่มีความอ่อนโยน เลือกอาหารที่ช่วยบำรุงเล็บ เช่น อาหารที่โปรตีนสูง […]

ฤดูฝนกับอาการไข้หวัด
การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค

ฤดูฝนกับอาการไข้หวัด เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายมีอาการป่วยจริงหรือไม่

ฤดูฝนกับอาการไข้หวัด หน้าฝนทีไรเราจะเห็นผู้คนเป็นไข้หวัดคัดจมูก ตัวร้อน ไอ จาม กันเป็นจำนวนมาก และมักจะได้ยินคำพูดที่ว่า อย่าโดนฝนนะจะทำให้เป็นไข้หวัด ถ้าเปียกฝนกลับถึงบ้านให้รีบอาบน้ำสระผมทันที  คุณเคยสงสัยไหมค่ะว่า??? ฝน เป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คุณป่วยเป็นไข้หวัดหรือมีสาเหตุอื่นกันแน่ที่ทำให้คุณเป็นไข้หวัดน้ำฝนที่ทำให้คุณเปียกปอนไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้คุณเป็นไข้หวัดเรามาหาสาเหตุที่แท้จริงกัน ฤดูฝนกับอาการไข้หวัด เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเป็นไข้หวัดได้หรือไม่ เชื้อไวรัสบางชนิดที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศต่างหากที่เป็นสาเหตุอันแท้จริงที่ทำให้คุณป่วยเป็นไข้หวัด ก่อนที่ฝนจะตกก็จะมีลมหรือพายุที่พัดพาเชื้อไวรัสมาสู่คุณ ไม่ว่าจะเข้าทางจมูกหรือปากหรือบางทีคุณเผยขยี้ตาก็เป็นหนทางที่เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายของคุณได้ เมื่อคุณตากฝนจนเปียกปอนทั้งเสื้อผ้าศีรษะและร่างกายเป็นเวลานานๆ  ทำให้อุณหภูมิในตัวคุณลดลง หรือลมพายุก็ทำให้คุณเกิดอาการหนาวเย็น อุณหภูมิต่ำเป็นสาเหตุทำให้ไวรัสบางชนิดสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายคุณแล้ว  และคุณมีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำก็ทำให้คุณป่วยเป็นไข้หวัดได้อย่างง่ายดาย ไข้หวัดเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่ายถึงแม้จะไม่ใช่หน้าฝน หากคุณอยู่ในที่แออัดเป็นเวลานานๆ หรือในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และมีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก คุณที่มีภูมิต้านทานร่างกายต่ำก็อาจได้รับเชื้อไวร้สจากคนข้างๆ ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือจากเชื้อไว้รัสที่ล่องลอยในอากาศ การที่ต้องรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดและสระผมทันทีหลังจากเปียกฝนก็เพื่อชำระล้างฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่อาจมีเชื้อไวรัสติดอยู่ตามร่างกายของคุณ และการดื่มน้ำอุ่นๆ หรือน้ำอุณหภูมิห้องก็ช่วยเข้าไปปรับอุณหภูมิร่างกายของคุณให้เป็นปกติอีกด้วย  อย่างไรก็ดีคุณควรดูแลสุขภาพและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับไข้หวัดกัน ติดตามเว็บไซต์เคล็ดลับสุขภาพบทความสุขภาพที่น่าสนใจการวิจัยเห็นว่า ผู้หญิงปฏิบัติตามมาตรการ ของไวรัสโควิด -19

ผู้หญิงปฏิบัติตามมาตรการ
การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค

การวิจัยเห็นว่า ผู้หญิงปฏิบัติตามมาตรการ ของไวรัสโควิด -19 ใส่หน้ากากได้ดีกว่าผู้ชาย

ผู้หญิงปฏิบัติตามมาตรการ ที่ผลสรุปของงานวิจัยจากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กและมหาวิทยาลัยเยล ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากการสำรวจทั้งหมด 800 คน ผ่านการทำแบบทดสอบทางสมาร์ทโฟน พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะทำตามขั้นตอนเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคมได้มากกว่าผู้ชาย เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมาตรการที่ได้ผล คือ การสวมหน้ากาก การเว้นระยะห่างทางสังคม และการล้างมือเป็นประจำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดดังกล่าวได้ ผลการสำรวจพบ ผู้หญิงปฏิบัติตามมาตรการ และตื่นตระหนกมากกว่าผู้ชาย นักวิจัยได้กล่าวว่าผู้หญิงไม่เพียงแต่จะใช้มาตรการป้องกันได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังด้วยว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเชื่อฟังผู้เชี่ยวชาญและแสดงความตื่นตระหนกและความวิตกกังวลเพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามนักวิจัยก็ได้ให้ความเห็นว่าการตอบคำถามทางสมาร์โฟน อาจจะไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่แท้จริง ดังนั้นนักวิจัยจึงได้ทำการสอบถามกับคนทั่วไปที่สวมหน้ากากอนามัยตามสถานที่ต่างๆ สามแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ เมืองนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก เมิงนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต และเมืองนิวบรันสวิก รัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อสำรวจว่ามีผู้คนสวมหน้ากากมากน้อยเท่าไร ซึ่งผลสำรวจพบว่ามีผู้หญิง 55% สวมหน้ากากอนามัยในขณะที่ผู้ชายจะใส่หน้ากากอนามัยเพียง 38% สำหรับการสำรวจเพื่อวัดการเว้นระยะห่างทางสังคมโดยใช้ข้อมูล GPS จากสามาร์ทโฟนจำนวน 15 ล้านเครื่อง ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม ถึง 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวโดยทั่วไป ส่วนใหญ่ยังคงจะไปตามสถานที่ที่อาจจะไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน อย่างเช่นร้านสปา ร้านดอกไม้ และสถานที่ออกกำลังกาย โดยนักวิจัยกล่าวว่าผลจากการสำรวจในครั้งนี้จะพบว่าผู้หญิงจะล้างมือได้ดีกว่าผู้ชาย และผลการวิจัยจากหลายประเทศก็ยังพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ได้มากกว่าผู้ชายถึง 50% นอกจากนี้ตามรายงานการวิจัยในช่วงที่มีโรคระบาดในอดีตจะพบว่าผู้หญิงไปพบแพทย์บ่อยกว่าและปฏิบัติตามคำแนะนำทางสาธารณสุขได้มากกว่าผู้ชาย […]

อาการหึงหวง
การดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค

เพราะเหตุใด อาการหึงหวง ที่เกินเหตุ มีผลต่อกลไกทางจิตใจของมนุษย์ได้

อาการหึงหวง เคยเป็นไหมที่มีอาการหึงหวงคู่รักตนเองบ่อยๆ หรือใครเคยมีแฟนเป็นคนขี้หึงรุนแรงบ้าง? แน่นอนว่าสมัยนี้รักแรงหึงแรงน่ากลัวมากๆ  บางคู่ถึงขั้นเอาให้แหลกกันไปข้างก็มีต้องยอมรับว่าสมัยนี้หลายคนอาจจะโชคดีที่อาจพูดกันรู้เรื่องแต่มีเหตุผลว่าหึงหวงเพราะอะไร แต่ก็มีไม่น้อยที่เหมือนจะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง แต่ก็มีปากเสียงกันเป็นประจำ  เพราะคำว่าหึงหวงเกินเหตุ  ผู้เขียนจะมาอธิบายในบทความนี้ว่าทำไมคนที่มี อาการหึงหวง สามารถบ่งบอกผลทางจิตวิทยาได้  ตามสาเหตุดังนี้ ความสนใจระหว่างชายและหญิง ไม่ว่าจะเพศอะไรก็ตามทั้งชายและหญิง หรือเพศที่สาม ซึ่งเพศที่สามซึ่งมีกลไกของฮอร์โมนตามจิตวิทยาของเพศสภาพเดิมอยู่แล้ว ซึ่งผู้ชายจะสนใจในเรื่องนอกกาย เช่น มีเพศสัมพันธ์ ส่วนผู้หญิงจะสนใจที่การนอกใจเป็นหลัก เช่น  หึงคนที่มากับแฟนตัวเองหึงว่าเขาจะไปมีคนอื่น  หึงเพราะเขาไม่โทรหรือไม่รับสาย ถ้าหากมุ่งความสนใจที่มีมากเกินไปจะกลายเป็นหมกมุ่นในสิ่งนั้นมากเกินไปได้  ผลที่ตามมาจะทำให้เกิดการหึงหวงมากจนเกินเหตุได้เช่นกัน ไม่อยากให้สนิทกับเธอ ทฤษฎีสามเหลี่ยมได้อธิบายทางจิตวิทยาไว้ว่ามี 3 มุม 3 ด้าน ใน 3 มุมมีตนเองคู่แข่ง  ผู้เป็นที่รักและก็มี 3 ด้านเช่นกัน เช่น ความสัมพันธ์หลัก (หึงหวงคนที่เรารักโดยตรง) ความสัมพันธ์รอง (หึงหวงคนที่เรารักกับคู่แข่ง) และความสัมพันธ์ต่อคู่แข่ง (หึงหวงคู่แข่ง มีความกึ่งอิจฉา  ไม่อยากให้คู่แข่งได้ดีกว่าเรา) ซึงมีผลมากกับความขี้หึงของแฟนเราได้มาก หึงหวงจากสิ่งกระตุ้น อาจจะมีอะไรสะกิดเราหรือกระตุ้นให้เรารู้สึกตงิดใจไม่ชอบมาพากลทำให้เรารู้สึกโกรธ  หงุดหงิด  อารมณ์ร้ายหรือแสดงพฤติกรรมไม่ดีใส่คนอื่น กลัวใครมาแย่งความรักไปหรือกลัวถูกลดความสำคัญลงทำให้เกิดการเรียกร้องความสนใจ  ส่วนนั้นอาจเป็นได้ทั้งผลจากบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย และแรงขับทำให้เกิดบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย หรืออาจเกิดจากกลไกทางจิตเวชอื่นๆ เช่น ซึมเศร้า ไบโพลาร์ โรคหวาดระแวง  ฯลฯ  เข้ามาด้วย หึงหวงแบบป้องกัน การหึงหวงแบบป้องกันเป็นอีกประเภทความหึงหวงทางจิตวิทยาที่เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ อาจจะแสดงตัวว่านี่คือคนของฉันนะ ใครอย่ามาแย่งหรือว่าเราสนิทมาก่อนเธอ หึงหวงแบบวิตกกังวล เดาได้ว่าอาจจะหึงหวงที่พบกันเยอะที่สุดในบรรดาหึงหวงทางจิตวิทยาก็ว่าได้ เพราะจะมีความย้ำคิดย้ำทำ มีความกังวลและความเครียดในใจสูงมากอาจจะชอบทำตัววุ่นวายพูดแต่เรื่องเดิมๆ เหมือนคนไม่รู้เรื่อง งี่เง่า อาจจะทำให้เกิดความรำคาญให้กับอีกฝ่ายได้บางรายอาจจะระรานคนอื่นแบบไม่มีข้อเท็จจริงเข้าร่วมด้วย แนวทางในการแก้ปัญหา คือเราและคู่รักควรรับฟังซึ่งกันและกันพบกันครึ่งทางให้มากที่สุด  หากใครเป็นคนขี้หึงควรลด Level ลงบ้างเพื่อลดความหึงหวงลง เพราะอะไรที่เกินความพอดีเขาอาจจะรำคาญ หรือซ้ำร้ายอาจจะถูกบอกเลิกเนื่องจากสาเหตุตรงนี้  อย่าลืมว่าไม่มีใครรับความหึงหวงได้ตลอดหรอกนะ หรือไม่ดีขึ้นเลยควรพบนักจิตวิทยา  หรือจิตแพทย์เพื่อแก้ปัญหาส่วนนี้เข้ามาด้วย  ส่วนใครที่มีแฟนขี้หึงอยากให้มองว่าเขารักเราห่วงเราจริง เขาถึงหึง แต่ต้องมีความเข้าใจสิ่งที่เป็นซึ่งกันและกันด้วย เพราะไม่มีใครอยากได้บุพการีคนที่สองหรอกนะ ฉะนั้นหึงหวงได้แต่เอาที่พอดี ฝากดติดตามเคล็ดลับสุขภาพข่าวสารสุขภาพที่น่าสนใจการพักผ่อน ยังไงให้ดีต่อใจ เยียวยาหัวใจและสุขภาพ

อาหารช่วยลดผมหงอก
การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารช่วยลดผมหงอก ของชาวญี่ปุ่น บอกเลยว่าเรื่องสุขภาพผมนั้นเราก็ไม่ควรมองข้าม

อาหารช่วยลดผมหงอก สุขภาพผม เป็นอีกเรื่องที่เรานั้นควรที่จะให้ความสำคัญมาก ๆ และไม่ควรที่จะมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ต้องบอกเลยว่าการที่เรามีอายุเยอะแล้วผมไม่หงอก จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของเราได้ดียิ่งขึ้น วันนี้อยากจะมา แนะนำ 3 อาหารของชาวญี่ปุ่น ที่ช่วยลดปัญหาผมหงอก บอกเลยว่าเรื่องสุขภาพผมก็เป้นเรื่องสำคัญเรานั้นไม่ควรมองข้าม อาหารช่วยลดผมหงอก 3 อย่าง ของชาวญี่ปุ่นที่สาว ๆ อยากผมสวยต้องลอง 1.อาหารของชาวญี่ปุ่นที่ช่วยเรื่องของสุขภาพผม ลดปัญาผมหงอก บอกเลยว่าดีมาก ไม่ควรพลาด อาหารชนิดแรกที่อยากจะมาแนะนำ คือ งาดำ เป็นอีกหนึ่งอาหารของชาวญี่ปุ่นที่ทานกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เนื่องจากในงาดำเต็มไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารช่วยกระตุ้นและสร้างเซลล์เม็ดสีของผม และช่วยการไหลเวียนเลือดหนังศีรษะ ลดการเกิดผมหงอกได้ 2.อาหารของชาวญี่ปุ่นที่ช่วยเรื่องของสุขภาพผม ลดปัญาผมหงอก บอกเลยว่าดีมาก ไม่ควรพลาด อาหารชนิดที่สองที่อยากจะมาแนะนำ คือ ขิง เป็นอีกสมุนไพรที่ดีและมีประโยชน์มาก ๆ ทั้งในด้านของสุขภาพส่วนต่าง ๆ ยังดีต่อสุขภาพผมอีกด้วย ช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนเลือด นำสารอาหารไปสู่รากผมมากยิ่งขึ้น ให้ผมนั้นดกดำ  ไม่หงอกง่าย ๆ  3.อาหารของชาวญี่ปุ่นที่ช่วยเรื่องของสุขภาพผม ลดปัญาผมหงอก บอกเลยว่าดีมาก ไม่ควรพลาด อาหารชนิดที่สามที่อยากจะมาแนะนำ คือ สาหร่าย เป็นอีกอาหารที่ดีต่อสุขภาพผม […]

ปัญหาส้นเท้าแตก
การดูแลสุขภาพ

ปัญหาส้นเท้าแตก เกิดจากสาเหตุอะไร ดูแลแบบไหนให้เนียมนุ่มตลอดไป

     ปัญหาส้นเท้าแตก ใกล้เข้าหน้าหนาวทีไรส้นเท้าแตกทุกที  หรือทำไมคนอื่นไม่เป็น  มีแต่เราที่ส้นเท้าแตกนะ ใช้หินขัดส้นเท้าแตก ใช้ครีมขัดส้นเท้าแตก หรือใช้สบู่ขัดส้นเท้าแตกก็ยังไม่เวิร์ก  หากอยากรู้ว่าสาเหตุของส้นเท้าแตกคืออะไร เราอาสาบอกให้ทราบเดี๋ยวนี้ วิธีการดูแลและแก้ไข ปัญหาส้นเท้าแตก ให้ผิวกลับมาเนียมนุ่ม ส้นเท้าแตกคืออะไรนะ?      ส้นเท้าแตกเป็นอาการที่ผิวหนังบริเวณส้นเท้ามีความแห้งกร้าน เป็นแผ่นแข็ง อาจมีรอยแตกตื้นๆ หรือส้นเท้าบวมแดง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้รอยแตกนั้นอาจลึกขึ้นและมีเลือดไหลซึมออกมา สร้างความเจ็บปวดรวมถึงยังอาจติดเชื้อได้ด้วย สาเหตุต่างๆ ที่ทำให้ส้นเท้าของคุณแตก      ให้พิจารณาดูค่ะว่าที่ตัวเองส้นแตก เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง? –  นิยมการเดินเท้าเปล่าโดยไม่สวมรองเท้าเป็นประจำ –  สวมรองเท้าที่ไม่พอดีกับขนาดเท้าของตัวเอง อาจหลวมหรือคับเกินไป –  สวมรองเท้าที่ไม่รองรับน้ำหนักดีพอ สวมรองเท้าแตะเป็นประจำ หรือสวมรองเท้าพื้นแข็งเกินไป –  มีน้ำหนักมากเกินไป จนส้นเท้าต้องแบกรับน้ำหนักที่เกินพอดี –  บ่อยครั้งที่ส้นแตก เกิดจากการอยู่ในห้องแอร์ หรือที่ที่มีอากาศหนาวเย็นเป็นประจำ –  นิยมการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำซึ่งทำให้ผิวแห้ง –  ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายบางตัวที่ทำให้ผิวแห้ง –  ดื่มน้ำน้อยหรือดื่มน้ำไม่เพียงพอในแต่ละวัน –  แพ้สารเคมีบางชนิดที่ใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน  เช่น  ครีมบำรุง  สบู่ก้อน  สบู่เหลว  –  มีอายุมากขึ้น ผิวหนังจึงขาดความชุ่มชื้นไปตามวัย –  บางครั้งส้นแตก เกิดจากกรรมพันธุ์โดยตรง วิธีดูแลอาการส้นเท้าแตกเบื้องต้น –  หลีกเลี่ยงการยืน เดิน หรือวิ่งเป็นเวลานานๆ –  หากพื้นรองเท้าแข็ง แนะนำให้ใช้แผ่นยางเสริมพื้นรองเท้า –  ดื่มน้ำให้มากขึ้นในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว  เพื่อช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นก็ช่วยได้เยอะ –  หมั่นแช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ  15  นาที จากนั้นให้ขัดส้นเท้าแตกด้วยหินขัดเบาๆ […]